13 May 2026

2 วันที่ผ่านมา

สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 47 ประจำฤดูกาล 2568/69

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 47 ประจำฤดูกาล 2568/69 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน

พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอล (มี 10 คู่)

1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรลำพูน วอริเออร์ พบ สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 

- เหตุการณ์
หลังจบการแข่งขัน นักกีฬาสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เดินกลับเข้าห้องพักนักกีฬาแล้ว ได้มีนายพงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก อดีตประธานสโมสรลำพูน วอริเออร์ ซึ่งไม่มีชื่อขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ทีมในการแข่งขัน ได้จุดพลุแฟร์บริเวณกลางสนามร่วมกับกลุ่มกองเชียร์ Ultras Lamphun ที่อยู่บนอัฒจันทร์ฝั่งไม่มีหลังคาตรงข้ามอัฒจันทร์หลัก 

- ผลพิจารณาโทษ
1) ลงโทษกองเชียร์สโมสรลำพูน วอริเออร์ จุดพลุในสถานที่จัดการแข่งขันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ปรับเงิน 60,000 บาท 

2) ลงโทษสโมสรลำพูน วอริเออร์ บกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยในการตรวจค้นเพื่อไม่ให้บุคคลนำวัตถุต้องห้ามเข้าไปในสถานที่จัดการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.18 (1) ปรับเงิน 50,000 บาท 

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 4.3 ใช้วัสดุอุปกรณ์ใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการรบกวนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน หรือนักกีฬาฟุตบอลระหว่างการแข่งขัน เช่น การเป่านกหวีด หรือการใช้แตร หรือการใช้แตรไฟฟ้า หรือฉายแสงเลเซอร์ เป็นต้น หรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ การจุดพลุ หรือจุดประทัด หรือจุดไฟเย็น หรือจุดวัตถุอื่นจนเกิดเป็นควัน หรือจุดพลุบริเวณที่ว่างด้านหลังของอัฒจันทร์ ทั้งก่อน หรือระหว่าง หรือหลังจากการแข่งขันจบลงแล้ว จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท

หากผลจากการกระทำตามวรรคหนึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลใด หรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือสถานที่ใด องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่กระทำ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 70,000 บาท ถึง 150,000 บาท และต้องรับผิดชอบต่อค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่ได้รับอันตราย และค่าเสียหายของทรัพย์สินหรือสถานที่ รวมทั้งอาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษ

ข้อ 5.3.18 ความบกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยในวันแข่งขัน
1) บกพร่องในการตรวจเช็คหรือควบคุมไม่ให้กองเชียร์หรือบุคคลใด นำขวดน้ำ พลุ ประทัดดอกไม้ไฟ หรือวัสดุที่สามารถนำไปใช้ในการทำร้ายกันได้ เข้าไปในสถานที่จัดการแข่งขัน หรืออัฒจันทร์ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท

2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 10 พฤษภาคม 2569  คู่ระหว่างสโมสรสุโขทัย เอฟซี พบ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด 

- เหตุการณ์
ภายหลังจบการแข่งขัน (เวลา 19.59 น.) และทีมงานผู้ตัดสินได้เดินทางเข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว นักกีฬาทั้งสองทีมได้เดินขอบคุณแฟนบอลรอบสนาม ต่อมาเวลา 20.03 น. ในขณะที่ผู้เล่นสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด กำลังยืนขอบคุณแฟนบอลบริเวณหน้าอัฒจันทร์ฝั่งทีมเยือน ได้มีกองเชียร์สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด จุดพลุแฟร์บนอัฒจันทร์ฝั่งดังกล่าว จำนวน 2 ลูก เป็นเวลาประมาณ 2 นาที

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษกองเชียร์สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด จุดพลุในสถานที่จัดการแข่งขันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ปรับเงิน 60,000 บาท เนื่องจากสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด เคยถูกลงโทษไปแล้วจากการกระทำผิด เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 อันเป็นการกระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง” ดังนั้น จึงเพิ่มโทษกองเชียร์สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ปรับเงินเพิ่มอีก 30,000 บาท  รวมโทษปรับเงินทั้งสิ้นจำนวน 90,000 บาท 

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 4.3 ใช้วัสดุอุปกรณ์ใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการรบกวนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน หรือนักกีฬาฟุตบอลระหว่างการแข่งขัน เช่น การเป่านกหวีด หรือการใช้แตร หรือการใช้แตรไฟฟ้า หรือฉายแสงเลเซอร์ เป็นต้น หรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ การจุดพลุ หรือจุดประทัด หรือจุดไฟเย็น หรือจุดวัตถุอื่นจนเกิดเป็นควัน หรือจุดพลุบริเวณที่ว่างด้านหลังของอัฒจันทร์ ทั้งก่อน หรือระหว่าง หรือหลังจากการแข่งขันจบลงแล้ว จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท

หากผลจากการกระทำตามวรรคหนึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลใด หรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือสถานที่ใด องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่กระทำ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 70,000 บาท ถึง 150,000 บาท และต้องรับผิดชอบต่อค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่ได้รับอันตราย และค่าเสียหายของทรัพย์สินหรือสถานที่ รวมทั้งอาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษ

บทที่ 3 ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการกีฬาฟุตบอลอื่น ๆ ของสมาคม

ข้อความว่า “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง”

3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด พบ สโมสรการท่าเรือ เอฟซี

- เหตุการณ์
หลังจบเกมการแข่งขัน ขณะที่นักกีฬาทั้ง 2 ทีม เดินไปขอบคุณกองเชียร์และร่วมถ่ายรูป ปรากฎเหตุการณ์ กลุ่มกองเชียร์สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ฝั่งอัฒจันทร์ทีมเยือนด้านหลังประตู ได้จุดพลุแฟร์ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด ได้ขึ้นไประงับเหตุบริเวณดังกล่าว และได้ดับลงโดยได้ทิ้งลงใต้อัฒจันทร์

- ผลพิจารณาโทษ
1) ลงโทษกองเชียร์สโมสรการท่าเรือ เอฟซี จุดพลุในสถานที่จัดการแข่งขันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ปรับเงิน 60,000 บาท 

2) ลงโทษสโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด บกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยในการตรวจค้นเพื่อไม่ให้บุคคลนำวัตถุต้องห้ามเข้าไปในสถานที่จัดการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.18 (1) ปรับเงิน 30,000 บาท 

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 4.3 ใช้วัสดุอุปกรณ์ใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการรบกวนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน หรือนักกีฬาฟุตบอลระหว่างการแข่งขัน เช่น การเป่านกหวีด หรือการใช้แตร หรือการใช้แตรไฟฟ้า หรือฉายแสงเลเซอร์ เป็นต้น หรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ การจุดพลุ หรือจุดประทัด หรือจุดไฟเย็น หรือจุดวัตถุอื่นจนเกิดเป็นควัน หรือจุดพลุบริเวณที่ว่างด้านหลังของอัฒจันทร์ ทั้งก่อน หรือระหว่าง หรือหลังจากการแข่งขันจบลงแล้ว จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท

หากผลจากการกระทำตามวรรคหนึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลใด หรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือสถานที่ใด องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่กระทำ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 70,000 บาท ถึง 150,000 บาท และต้องรับผิดชอบต่อค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่ได้รับอันตราย และค่าเสียหายของทรัพย์สินหรือสถานที่ รวมทั้งอาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษ

ข้อ 5.3.18 ความบกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยในวันแข่งขัน
(1) บกพร่องในการตรวจเช็คหรือควบคุมไม่ให้กองเชียร์หรือบุคคลใด นำขวดน้ำ พลุ ประทัดดอกไม้ไฟ หรือวัสดุที่สามารถนำไปใช้ในการทำร้ายกันได้ เข้าไปในสถานที่จัดการแข่งขัน หรืออัฒจันทร์ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท

4. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล พบ สโมสรปัตตานี เอฟซี 

- เหตุการณ์
ในขณะที่เหลือเวลาอีก 1 นาทีจะเริ่มการแข่งขันในครึ่งหลัง ผู้เล่นสโมสรปัตตานี เอฟซี (ทีมเยือน) ยังไม่ออกมาจากห้องพักนักกีฬา ขณะที่ผู้เล่นทีมเหย้าทั้ง 11 คน ได้มายืนรอในสนามแล้ว ผู้ควบคุมการแข่งขันจึงกดกริ่งเตือนผู้เล่นทีมเยือน และผู้ตัดสินที่ 4 ไปเตือนที่หน้าห้องพักนักกีฬาทีมเยือน ว่าใกล้ได้เวลาแข่งขันในครึ่งหลังแล้ว ผู้เล่นทีมเยือนจึงค่อย ๆ ทยอยเดินออกจากห้องพักนักกีฬา โดยผู้เล่นทีมเยือน 10 คน ได้มายืนรอบูมบริเวณกลางสนาม แต่ผู้เล่นหมายเลข 26 Mr. Marlon Da Silva กัปตันทีมของทีมเยือน ได้ออกมาช้าจนเลยเวลาแข่งขันในครึ่งหลังเกือบ 1 นาที หลังจากนั้นผู้เล่นหมายเลข 26 ทีมเยือน จึงเดินเข้าสนามไปบูมกับเพื่อนร่วมทีม ทำให้การแข่งขันในครึ่งหลังล่าช้าไป 1 นาที 30 วินาที

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรปัตตานี เอฟซี ไม่ปฏิบัติตามกำหนดการ ขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลัง (OFFICIAL COUNTDOWN) มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 ความผิดครั้งแรก จึงลงโทษเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้สโมสรปฏิบัติตามกำหนดการขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลังอย่างเคร่งครัด และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี) 

- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 3.6 ต้องทำตามกำหนดการ ขั้นตอน และการนับเวลาถอยหลัง (OFFICIAL COUNTDOWN) ภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะเป็นความผิด ไม่ว่าจะเริ่มการแข่งขันในเวลาได้หรือไม่ก็ตาม 

ครั้งแรก เตือนเป็นลายลักษณ์อักษร และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)
ครั้งต่อไป จะถูกปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท และ/หรือ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาคม (ถ้ามี)

5. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรนรา ยูไนเต็ด พบ สโมสรพีที สตูล เอฟซี  

- เหตุการณ์
1) นาทีที่ 90+4 สโมสรนรา ยูไนเต็ด ได้จุดโทษ กองเชียร์สโมสรนรา ยูไนเต็ด ซึ่งนั่งบริเวณฝั่งขวามือของอัฒจันทร์หลักได้ขว้างแก้วน้ำ ซึ่งมีน้ำและน้ำแข็งประมาณครึ่งแก้ว จำนวน 3-4 แก้ว ลงมาบริเวณด้านขวาของม้านั่งสำรองสโมสรพีที สตูล เอฟซี แต่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย 

2) การแข่งขันนัดนี้มีผู้ชมจำนวนมาก ซึ่งอาจเกินความจุตามที่แจ้งไว้จำนวน 5,384 คน เนื่องจากมีผู้ชมตรงข้ามฝั่งอัฒจันทร์หลัก และด้านข้างอัฒจันทร์หลักทั้งสองฝั่ง ยืนเกาะรั้วชมเกมการแข่งขันในสนามจนจบการแข่งขัน 

- ผลพิจารณาโทษ
1) ลงโทษกองเชียร์สโมสรนรา ยูไนเต็ด ขว้างปาแก้วน้ำเข้าไปในสนามแข่งขัน อาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในสถานที่จัดการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.4 ปรับเงิน 40,000 บาท เนื่องจากกองเชียร์สโมสรนรา ยูไนเต็ด ถูกลงโทษไปแล้วจากการกระทำผิด เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เป็นการกระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการกีฬาฟุตบอลอื่น ๆ ของสมาคม ข้อความว่า “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง” จึงเพิ่มโทษกองเชียร์สโมสรนรา ยูไนเต็ด ปรับเงินเพิ่มอีก 20,000 บาท รวมโทษปรับเงิน 60,000 บาท แต่เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 15,000 บาท

2) ลงโทษสโมสรนรา ยูไนเต็ด มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.17 ปรับเงิน 50,000 บาท แต่เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 12,500 บาท 
 
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 4.4 กองเชียร์ทีมใด หรือกลุ่มบุคคลใด หรือบุคคลใด ขว้างปาหรือกระทำด้วยประการใด ให้วัสดุหรือสิ่งของอื่นใด เข้าไปในสนามก็ดี หรือกระทำต่อนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขันก็ดี องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่เป็นผู้กระทำ และ/หรือ องค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าที่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต้องรับโทษ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท

บทที่ 3 ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการกีฬาฟุตบอลอื่น ๆ ของสมาคม
ข้อความว่า “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง”

ข้อ 5.3.17 องค์กรสมาชิกใดที่เป็นทีมเหย้า ปล่อยปละละเลยให้กองเชียร์ อยู่ในสถานที่ที่ไม่ได้จัดไว้ให้เป็นที่นั่ง จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 100,000 บาท

6. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 10 พฤษภาคม 2569   คู่ระหว่างสโมสรบูรพา ยูไนเต็ด พบ สโมสรฟุตบอลกองเรือรบ 

- เหตุการณ์
1) หลังจากจบการเเข่งขันในครึ่งเวลาหลังเเล้ว ในขณะที่ผู้ตัดสินทั้ง 4 คนกำลังจะเดินกลับเข้าห้องพักผู้ตัดสิน มีผู้เล่นหมายเลข 8 นายสรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ สโมสรบูรพา ยูไนเต็ด ได้เดินเข้าต่อว่าผู้ตัดสินด้วยถ้อยคำหยาบคาย (โดยผู้ตัดสินทั้ง 4 คนได้ยินเหมือนกัน) 

2) จากเหตุการณ์ต่อเนื่องในจังหวะที่จบการเเข่งขัน ระหว่างที่ผู้ตัดสินทั้ง 4 คน กำลังจะเดินกลับเข้าห้องพักผู้ตัดสิน กองเชียร์ฝั่งอัฒจันทร์หลัก (เป็นที่นั่งของกองเชียร์และผู้ชมทีมเหย้า สโมสรบูรพา ยูไนเต็ด สังเกตได้จากผู้ชมที่นั่งฝั่งนี้ใส่เสื้อเชียร์ของสโมสรบูรพา ยูไนเต็ด) ได้ตะโกนด่าผู้ตัดสินด้วยถ้อยคำหยาบคายในระหว่างที่กำลังจะเดินกลับเข้าห้องพัก เนื่องจากไม่พอใจในคำตัดสินของผู้ตัดสิน เป็นการตะโกนปากเปล่าไม่มีเครื่องโทรโข่ง โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ คอยคุ้มกันให้ผู้ตัดสินทั้งหมดกลับเข้าห้องพัก ผู้ตัดสินอย่างปลอดภัยและไม่มีเหตุการณ์บานปลาย

- ผลพิจารณาโทษ
1) ลงโทษผู้เล่นหมายเลข 8 นายสรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ สโมสรบูรพา ยูไนเต็ด ด่าเจ้าหน้าที่การแข่งขันด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย  มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.9 ถูกพักการแข่งขัน 3 นัด และปรับเงิน 30,000 บาท แต่เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 7,500 บาท

2) ลงโทษกองเชียร์สโมสรบูรพา ยูไนเต็ด ด่าเจ้าหน้าที่การแข่งขันด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย  มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 ปรับเงิน 30,000 บาท แต่เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 7,500 บาท 
 
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 1.9 ด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือ ข่มขู่ หรือการเหยียดผิวหรือเชื้อชาติต่อบุคคลใด ด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย หรือการกระทำอื่นใดซึ่งสื่อถึงความหมายนั้น ทั้งภายในและภายนอกสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ถูกพักการแข่งขัน 1 ถึง 3 นัด และปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท 

หากมีการกระทำความผิดลักษณะเดียวกันซ้ำอีก อาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษตามลักษณะโทษในหมวดที่ 1

ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือแสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาติบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท 

หากการกระทำผิดตามวรรคแรก กระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท  

หากเป็นการกระทำโดยผ่านเครื่องโทรโข่ง หรือเครื่องขยายเสียงประกอบการเชียร์ หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง 4 นัด

7. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิ-โปร ลีก วันที่ 3 พฤษภาคม 2569  คู่ระหว่างสโมสรหล่มสัก เอฟซี พบ สโมสรเพชรบูรณ์ เอฟซี  

- เหตุการณ์
หลังจบการแข่งขัน ขณะที่ผู้ตัดสินที่ 4 กำลังเขียนรายงาน และผู้ประเมินผู้ตัดสินให้คำแนะนำในห้องพัก ได้มีกองเชียร์สโมสรหล่มสัก เอฟซี ใส่เสื้อเชียร์สโมสรหล่มสัก เอฟซี สีดำแดง เป็นสุภาพสตรีถือแก้วเบียร์ ได้เปิดประตูห้องพักผู้ตัดสิน และยืนต่อว่าทีมงานผู้ตัดสินหน้าห้องพัก โดยใช้ถ้อยคำดูหมิ่น เหยียดหยาม และหลังจากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่สนามสโมสรหล่มสัก เอฟซี นำตัวกองเชียร์คนดังกล่าวออกไป สาเหตุเนื่องจากไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินและมีอาการมึนเมา 

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษกองเชียร์สโมสรหล่มสัก เอฟซี ใช้ถ้อยคำดูหมิ่น เหยียดหยาม เจ้าหน้าที่การแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 ปรับเงิน 30,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 7,500 บาท 
 
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 

ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือแสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาติบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท 

หากการกระทำผิดตามวรรคแรก กระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท  

หากเป็นการกระทำโดยผ่านเครื่องโทรโข่ง หรือเครื่องขยายเสียงประกอบการเชียร์ หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง 4 นัด

8. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิ-โปร ลีก วันที่ 10 พฤษภาคม 2569  คู่ระหว่างสโมสรวิทยาลัยพิชญบัณฑิต พบ สโมสรอำนาจ โปลี ยูไนเต็ด 

- เหตุการณ์
นาทีที่ 9 ของการแข่งขัน ได้มีสุนัขเข้ามาในสนาม บริเวณหน้าม้านั่งสำรองของสโมสรวิทยาลัยพิชญบัณฑิต ผู้ตัดสินสั่งให้ชะลอการเริ่มเล่นของผู้รักษาประตูสโมสรอำนาจ โปลี ยูไนเต็ด เนื่องจากช่วงที่สุนัขเข้าสนาม เป็นจังหวะที่ลูกบอลออกหลังประตูแล้ว ผู้รักษาประตูสโมสรอำนาจ โปลี ยูไนเต็ด กำลังตั้งลูกฟุตบอลที่จะเล่น ผู้ตัดสินสั่งชะลอแล้วรอให้เจ้าหน้าที่นำสุนัขออกจากสนาม โดยใช้เวลาในการนำสุนัขออกนอกสนามเป็นเวลา 1 นาที 10 วินาที ผู้ตัดสินได้ชดเชยเวลาการแข่งขันในครึ่งเวลาแรกตามเวลาที่สูญเสียไป และทำการแข่งขันได้ตามปกติ

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรวิทยาลัยพิชญบัณฑิต ปล่อยปละละเลยทำให้มีสุนัขเข้าไปในสนามแข่งขัน อันเป็นการรบกวนการแข่งขัน  มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.1.6 ปรับเงิน 10,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 2,500 บาท
 
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 5.1.6 ปล่อยปละละเลยให้สัตว์เลี้ยงหรือสัตว์อื่นใด เข้าไปในสนามแข่งขัน หรือกระทำด้วยประการใด ๆ หรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการแข่งขัน จนมีผลกระทบต่อการแข่งขัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท

9. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิ-โปร ลีกวันที่ 10 พฤษภาคม 2569  คู่ระหว่างสโมสรมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เอฟซี พบ สโมสรนรา เอฟซี   

- เหตุการณ์
สโมสรนรา เอฟซี ได้มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นในช่วงพักครึ่งเวลา ก่อนการแข่งขันในครึ่งเวลาหลัง โดยไม่ได้แจ้งทำการเปลี่ยนตัวกับผู้ตัดสินที่ 4 และผู้ตัดสินก็ไม่ทราบว่าสโมสรนรา เอฟซี ได้มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยสโมสรนรา เอฟซี ได้เปลี่ยนผู้เล่นหมายเลข 18 นายอภิชาติ เอียดศรีชาย เข้าแทนหมายเลข 9 นายอิลฮัม อิมรอเฮง และหลังจากได้มีการเริ่มเล่นไปแล้วประมาณ 1 นาที ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ทีมสโมสรนรา เอฟซี มาแจ้งทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่น แต่ผู้เล่นที่จะเปลี่ยนตัวได้ลงสนามไปแล้ว ผู้ตัดสินที่ 4 จึงได้ทำการตรวจเช็ค AD Card ตรงกับใบส่งรายชื่อ และไม่มีการหยุดเกมการเล่นแต่อย่างใด

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรนรา เอฟซี เปลี่ยนตัวนักกีฬาฟุตบอล โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสิน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.25 ปรับเงิน 30,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิโปร ลีก จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 7,500 บาท
 
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 3.25 ทีมใดเปลี่ยนตัวนักกีฬาฟุตบอล โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสินหรือไม่เป็นไปตามระเบียบการแข่งขัน ให้ปรับเงินครั้งละ 30,000 บาท

10. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยแลนด์ เซมิ-โปร ลีก วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด พบ สโมสรเพชรบุรี เอฟซี

- เหตุการณ์
สโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี เอฟซี ไม่มาแข่งขันตามที่กำหนด โดยอ้างว่าไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับสนามแข่งขัน 

- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด มีความบกพร่องไม่อาจใช้สถานที่จัดการแข่งขันของตน จัดการแข่งขันในวันที่กำหนดได้  มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.1.7 ให้ปรับสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด แพ้ สโมสรเพชรบุรี เอฟซี ประกอบกับบทที่ 3 ของระเบียบดังกล่าว ข้อความว่า “ข้อกำหนดบทลงโทษเรื่องการปรับแพ้ ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ โดยให้นับประตูเสียตามที่เสียจริง หากเสียน้อยกว่า 3 ประตู ให้นับประตูเสียเป็น 3 ประตู ส่วนประตูได้ให้ปรับเป็น 0 ประตู” จึงลงโทษปรับสโมสรฟาโรห์ เพชรบุรี ยูไนเต็ด แพ้ สโมสรเพชรบุรี เอฟซี 0 ประตูต่อ 3 ทั้งต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตามที่เกิดขึ้นจริงกับสมาคม (หากมี)
 
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ 
ข้อ 5.1.7 องค์กรสมาชิก มีความบกพร่องไม่อาจใช้สถานที่จัดการแข่งขันของตน จัดการแข่งขันในวันที่กำหนดได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด จะลงโทษปรับแพ้ ทั้งต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตามที่เกิดขึ้นจริงกับสมาคม

บทที่ 3 ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการกีฬาฟุตบอลอื่น ๆ ของสมาคม

ข้อกำหนดบทลงโทษเรื่องการปรับแพ้ ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ โดยให้นับประตูเสียตามที่เสียจริง หากเสียน้อยกว่า 3 ประตู ให้นับประตูเสียเป็น 3 ประตู ส่วนประตูได้ให้ปรับเป็น 0 ประตู

ข่าวสารอื่นๆ

National Team Men

15 May 2026

"แอนโธนี ฮัดสัน" ให้สัมภาษณ์ หลังประกาศรายชื่อ 23 นักเตะทีมชาติไทย ก่อนเกมอุ่นเครื่องกับ คูเวต และ จีน ในฟีฟ่า เดย์ เดือนมีนาคม

"แอนโธนี ฮัดสัน" ให้สัมภาษณ์ หลังประกาศรายชื่อ 23 นักเตะทีมชาติไทย ก่อนเกมอุ่นเครื่องกับ คูเวต และ จีน ในฟีฟ่า เดย์ เดือนมีนาคม

National Team Men

15 May 2026

OFFICIAL! ประกาศ : รายชื่อ 23 นักฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ดวล คูเวต ก่อนเยือน จีน

OFFICIAL! ประกาศ : รายชื่อ 23 นักฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ดวล คูเวต ก่อนเยือน จีน

National Team Men

13 May 2026

"มาร์โค ก็อคเคิล" ให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี นัดที่สาม

"มาร์โค ก็อคเคิล" ให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี นัดที่สาม